การ ขายฝากที่ดิน มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

สัญญาขายฝากที่ดิน คือ การทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินประเภทหนึ่ง โดยกรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันที ไม่ว่าจะเป็นการขายฝากที่ดินประเภทเกษตรกรรม หรือ ประเภทที่อยู่อาศัย ซึ่งจะเหมือนกับสัญญาซื้อขายทั่วไปเลยค่ะ เพียงแต่สัญญาขายฝากที่ดินนี้ ผู้ขายฝากสามารถนำเงินไปไถ่ถอนที่ดินคืนได้ตามข้อตกลงในสัญญานั่นเองค่ะ

ซึ่งข้อดีของการขายฝากที่ดินนั้นก็คือได้วงเงินที่ค่อนข้างสูง ประมาณ 40% – 70% จากราคาประเมิน และที่สำคัญการขายฝากนั้นจะอยู่ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย พระราชบัญญัติ คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งได้มีการประกาศบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน ปี 2562 เพื่อคุ้มครองผู้ขายฝากที่เป็นบุคคลธรรมดาให้ได้รับความเป็นธรรมจากการทำสัญญาขายฝากนั่นเองค่ะ

การ ขายฝากที่ดิน ไม่ได้มีเพียงแค่ข้อดีและความน่าสนใจที่จะทำให้ได้เงิน โดยยังสามารถไถ่ถอนเอาโฉนดออกมาได้เท่านั้น แต่ยังมีข้อเสียที่ควรรู้ไว้ ดังนั้นลองมาดูข้อดีและข้อเสียของการทำ ขายฝากที่ดิน ดังนี้

ข้อดี
– การขายฝากจะมีจุดเด่นในเรื่องของความปลอดภัย สามารถไว้วางใจได้ หลังจากการทำสัญญาแล้วรับเงินทันทีแน่นอน เพราะทุกการทำสัญญาต้องไปทำที่สำนักงานที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น
– เพียงแค่คุณมีที่ดินในมือและมีชื่อเป็นเจ้าของชัดเจน สามารถนำไปทำเรื่องขายฝากและได้รับเงินหรือได้การอนุมัติที่รวดเร็วมาก
– ไม่ว่าที่ดินของคุณจะอยู่ในทำเลใดก็ตาม จะได้วงเงินที่ถือว่าน่าพึงพอใจตั้งแต่ 40-70 เปอร์เซ็นต์ จากราคาการประเมินทั้งหมด โดยจะให้วงเงินที่ค่อนข้างสูงกว่าการจำนอง 10-30 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
– เรื่องเอกสารต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องยื่นให้วุ่นวายและไม่ต้องใช้ Statement สามารถทำสัญญาแบบปีต่อปี เพื่อขยายระยะเวลาของการไถ่ถอนคืนได้ แต่จะต้องอยู่ภายในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี

ข้อเสีย
– การทำสัญญาแบบปีต่อปี อาจจะทำให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมต่าง ๆ สูง ซึ่งถ้าผู้ขายฝากรู้ไม่ทันผู้รับซื้อก็อาจจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเหล่านี้เกือบทั้งหมด
– อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูง จะเสียดอกเบี้ยได้สูงสุดถึง 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
– ถ้าทำสัญญากับผู้รับซื้อไม่ดีพอ อาจจะทำให้การไถ่ถอนเป็นเรื่องที่ยากขึ้นและอาจเกิดการบ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืนที่ดินกลับมา
– ถ้าไม่มีการต่อสัญญาแล้วผู้ขายฝากผิดนัดชำระเพียงแค่วันเดียว ที่ดินจะตกเป็นของผู้รับซื้อทันที